โครงการออกแบบของใช้ในบ้านจากกระดาษใยสับปะรด (Pineapple tissue paper home use products)

ชื่อผู้สร้างผลงาน : ยอดพธู ไทยทรงธรรม (Yodpatoo Thaisongtham)
ชื่อผลงาน : โครงการออกแบบของใช้ในบ้านจากกระดาษใยสับปะรด (Pineapple tissue paper home use products)
ปีการศึกษา : 2550

 

           

 

           กระดาษใยสับปะรดเป็นกระดาษที่ได้จากใบของต้นสับปะรด ซึ่งเป็นส่วนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์หลังจากการเก็บเกี่ยว ซึ่งมักจะถูกเผาทิ้ง ทำให้เกิดมลพิษในชั้นบรรยากาศ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะโลกร้อน อีกทั้งสับปะรดเป็นพืชที่ปลูกได้ตลอดปีทำให้ปริมาณของใบที่ได้มีมาก และเพียงพอที่จะนำมาทำกระดาษจำหน่ายตลอดปี  เมื่อนำใบสับปะรดมาผลิตเป็นกระดาษได้ก็จะลดการนำเข้าของต้นปอสาซึ่งเป็นวัตถุดิบในการทำกระดาษสาซึ่งต้องนำเข้ามาจากประเทศพม่า ทำให้มีเงินหมุนเวียนภายในประเทศมากขึ้น และในส่วนของผลิตภัณฑ์ที่ทำจากกระดาษใยสับปะรดมีหลายชนิดเช่น กรอบรูป กล่องกระดาษทิชชู่ สมุด กล่องใส่นามบัตร โคมไฟ เป็นต้น ซึ่งรูปแบบที่มีอยู่ส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยได้รับการพัฒนาและยังไม่มีความหลากหลายมากนัก
        

           จากการศึกษาและสังเกตพบว่าปัญหาที่ทำให้ผลิตภัณฑ์จากกระดาษใยสับปะรดไม่ได้รับความนิยมมีดังนี้
1. รูปแบบผลิตภัณฑ์ยังไม่ได้รับการพัฒนา ถึงแม้จะมีวิทยากรมาสอนรูปแบบต่างๆ แต่รูปแบบที่ได้ยังไม่น่าสนใจ และวิธีการผลิตยังไม่หลากหลาย
2. รูปแบบผลิตภัณฑ์ไม่มีลักษณะเฉพาะของตนเอง
3.ด้วยข้อจำกัดของกระดาษในเรื่องของความชื้น การเปียกน้ำ ขาดยุ่ย การรับน้ำหนัก การทำความสะอาดยาก และการทนความร้อนจัด เป็นต้น จึงไม่สามารถนำมาทำผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายได้
4. ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่เป็นงานหัตถกรรม ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญและความประณีตในการทำจึงทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้ไม่มีมาตรฐาน และผลิตได้ครั้งละไม่มาก
 

             ดังนั้นโครงการออกแบบของใช้ในบ้านจากกระดาษใยสับปะรดจึงเกิดขึ้นเพื่อพัฒนารูปแบบของผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายและเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ได้กว้างขวางขึ้น ทั้งทางด้านชนิดของผลิตภัณฑ์ รูปแบบ สีสันและวิธีการผลิต โดยมีข้อสรุปในการออกแบบดังนี้คือ
1. ชุดของใช้ในบ้านจากกระดาษใยสับปะรดมีความหลากหลายทางด้านชนิดของผลิตภัณฑ์ รูปแบบ สีสัน และง่ายต่อการผลิต
2. ชุดของใช้ในบ้านจากกระดาษใยสับปะรดมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
3. ชุดของใช้ในบ้านจากกระดาษใยสับปะรดสามารถทำความสะอาดได้ง่าย
4. ชุดของใช้ในบ้านจากกระดาษใยสับปะรดสามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้มากขึ้น